|

Facebook ขาลงจริงหรือไม่! ส่อง 9 สัญญาณ ทำไม Facebook จึงขาลง?

18 ปีแล้วที่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Facebook ก่อตั้งขึ้น ด้วยพัฒนาการที่ก้าวกระโดดทำให้เป็นโซเชียลมีเดียขนาดใหญ่ และเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอันดับต้น ๆ ของโลก จนกระทั่งได้เปลี่ยนชื่อบริษัทแม่เป็น Meta เพื่อบริหาร 3 แพลตฟอร์มสำคัญในตลาดโซเชียลมีเดีย อย่าง Facebook, Instagram และ WhatsApp

จากความนิยมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอและผู้ร่วมก่อนตั้งบริษัทฯ กลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งของโลก จนช่วงปลายปี 2021 เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จากพื้นที่โซเชียลมีเดียแบบเดิมกลายเป็นอาณาจักรเสมือนจริงที่เรียกว่า Metaverse ซึ่งจากผลการดำเนินงานล่าสุดของ Meta พบว่า Facebook มีผลการดำเนินงานที่ลดลงเรื่อย ๆ หรือนี่อาจเป็นสัญญาณและจุดอิ่มตัวของ Facebook ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในรอบ 18 ปี และอาจถึงช่วงขาลงของเฟสบุคแล้วจริง ๆ

1. หุ้น Meta ลดลงมากกว่า 20%

หายไปมูลค่ากว่า 6 ล้านล้านบาท และความมั่งคั่งของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ก็ลดลงจากเดิม 8 แสนล้านบาทในวันเดียว! เขาจึงหลุด Top 10 มหาเศรษฐีโลก จากการจัดอันดับของ Bloomberg Billionaires Index อีกไม่ช้านี้

2. จำนวนผู้ใช้ Facebook รายวันลดลงนับล้าน

ซึ่งถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท จากรายงานผลประกอบการ Meta แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุดในโลก Facebook เผยตัวเลขรายได้และกำไรประจำไตรมาส 4 ของปี 2021 พบว่า Meta ยังเป็นบริษัท Big Tech ที่ทำกำไรมหาศาล และฐานผู้ใช้งาน Facebook ยังแข็งแกร่ง

3. รายได้รวมบริษัทเพิ่มขึ้น 20%

เป็นจำนวน 33,671 ล้านดอลลาร์ กำไรสุทธิ 10,285 ล้านดอลลาร์ จากจำนวนผู้ใช้งาน Facebook เป็นประจำทุกเดือน (Monthly Active Users) เพิ่มขึ้นเป็น 2,912 ล้านบัญชี ฐานผู้ใช้งานรวมกันทุกแพลตฟอร์มในเครือ จำนวน 3.59 พันล้านคน

4. ผู้ใช้งานรายวัน หรือ Daily Active Users ลดลง

จาก 1,930 ล้านบัญชี เหลือ 1,929 ล้านบัญชี เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ถือเป็นการลดลงครั้งแรกของ Facebook นับตั้งแต่เปิดตัวแพลตฟอร์มมา ซึ่งการที่ผู้ใช้งานรายวันลดลงเท่ากับคนไม่ได้เข้า Facebook เป็นประจำทุกวัน

5. Facebook ไม่เป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นแล้ว

เว็บไซต์ The Verge เผยเอกสารภายในของ Facebook เรื่องงานวิจัยเกี่ยวกับผู้ใช้งานพบว่า ผู้ใช้งาน Facebook วัยรุ่นในสหรัฐอเมริกาลดลง 13% ตั้งแต่ปี 2019 และคาดว่าจะลดลงถึง 45% ในภายในสองปีข้างหน้า ซึ่งเป็นผลกระทบหลักของสหรัฐ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของธุรกิจโฆษณา

6. กลุ่มช่วงอายุ 20-30 ปี ใช้งานลดลง 4%

ยิ่งผู้ใช้งานอายุน้อยเท่าไร การมีส่วนร่วมหรือการใช้เวลาบน Facebook ก็จะน้อยลงเท่านั้น ในอนาคต Facebook จะเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างจริงจัง!

7. หนุ่มสาวมอง Facebook เป็นพื้นที่ของคนวัย 40-50 ปี

มุมมองของคนหนุ่มสาวที่มีต่อ Facebook คือ มองว่าเป็นคอมมูนิตี้สำหรับคนวัย 40-50 ปี เนื่องจากเนื้อหาบน Facebook น่าเบื่อ ความเข้าใจผิดและแง่ลบในข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขา ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ไม่ดีในการใช้งาน ที่ยังไม่รวมเรื่องความเป็นส่วนตัว การคุกคาม และสุขภาพจิต

8. การมีส่วนร่วม (engagement) บน Facebook ที่ถดถอย

Chris Cox หัวหน้าเจ้าหน้าที่ผลิตภัณฑ์ของ Facebook ระบุในเอกสารวิจัยว่า กลุ่ม 5 ประเทศตลาดหลัก ผู้ใช้ใหม่ที่อายุต่ำกว่า 18 ปีลดลง 26% ส่วนวัยรุ่นที่มีบัญชี Facebook อยู่แล้วใช้เวลากับ Facebook น้อยลง ซึ่งโซเชียลที่คนอายุน้อยให้ความสนใจคือ TikTok ที่ตอนนี้มีผู้ใช้งานทะลุ 1 พันล้านคน! และเป็นแอปที่มีการดาวน์โหลดมากที่สุดในโลกในปี 2021 ตามรายงานของ Apptopia

9. นโยบายจำกัดการติดตามโฆษณาของ Apple กระทบรายได้โฆษณา

รายงานผลประกอบการ Meta ที่กำไรและรายได้เพิ่มขึ้นแต่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ ส่วนหนึ่งมาจากภาวะเงินเฟ้อและนโยบายใหม่จากความเป็นส่วนตัวในการติดตามโฆษณาของ Apple ซึ่งส่งผลให้การแสดงโฆษณาใน Facebook ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย เป็นปัจจัยสำคัญของนักการตลาดและแบรนด์ที่ต้องตัดสินใจในอนาคต

ซึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Facebook พลิกโฉมเป็น Meta และลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ นอกเหนือจากโซเชียลมีเดีย ทั้งการรวบทุกอย่างที่เกียวข้องกับ AR , VR และทุ่มทุนหลักหมื่นล้านดอลลาร์ จ้างแรงงานทักษะสูงจากยุโรป นั่นก็เพื่อการสร้างธุรกิจใหม่อย่าง Metaverse นั่นเอง

Facebook ยังปรับตัว และผู้ใช้อย่างเรา ๆ ล่ะ ยังคิดจะฝากทุกสิ่งทุกอย่างไว้บนแพลตฟอร์มนี้เพียงแพลตฟอร์มเดียวหรือไม่? ยังไงก็ลองใช้แพลตฟอร์มอื่น ๆ กระจาย ๆ กันไปบ้างนะคะ และติดตามกันต่อไปว่า เส้นทางของ Facebook จะเป็นอย่างไรต่อไป?

Similar Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น