มาปรับจอสีเพี้ยน ตั้งค่าสีหน้าจอให้ถูกต้องด้วยการ Calibrate สีหน้าจอกันเถอะ

การ Calibrate สีหน้าจอ คือ การดึงประสิทธิภาพของหน้าจอให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด เพื่อให้ค่าสีใกล้เคียงกับสีมาตรฐานที่ถูกต้อง ช่วยแก้ไขเรื่องปัญหาสีผิดเพี้ยนได้เป็นอย่างดี หากแต่งภาพแล้วดูจากหน้าจอของเราออกมาสวย แต่พอไปเปิดหน้าจออื่นแล้วแล้วสีเพี้ยน อาจเกิดจากสีหน้าจอเพี้ยน ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการ Calibrate สีหน้าจอ การ Calibrate ด้วยเครื่องมือพื้นฐานที่มาพร้อมกับ windows ต้องลง Calibrate windows ก่อน แล้วจึงลงมือ Calibrate ด้วยเครื่องมือเสริม

หน้าจอมอนิเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น Notebook PC Smartphone หรือ Tablet จะมีการตั้งค่าจากโรงงานที่แตกต่างกัน ถ้าสังเกตหน้าจออุปกรณ์ที่เราใช้กับของคนอื่น ๆ จะแตกต่างกัน หรือแม้กระทั่งหน้าจอที่ต่างรุ่นเพียงเล็กน้อย สีการแสดงผลหน้าจอก็แตกต่างกันได้ ดังนั้น การ Calibrate หน้าจอจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการตกแต่งภาพ การสร้างสรรค์ภาพ และการตัดต่องานกราฟิก

.

สำหรับงานด้านพิมพ์ การ Calibrate หน้าจอ ยังช่วยให้สามารถใช้โปรไฟล์ของสีในเครื่องพิมพ์นั้นให้ออกมาเป็นโปรไฟล์ที่ตั้งค่ามอนิเตอร์ได้ ทำให้สีที่เราตกแต่งในคอมพิวเตอร์ตรงกับสีของเครื่องพิมพ์ ช่วยประหยัดเวลาในการทำงาน ได้สีที่แม่นยำ ไม่ผิดเพี้ยน ช่วยให้งานออกแบบและงานพิมพ์สวยสมจริงมากยิ่งขึ้น

วิธีการเตรียมเครื่องก่อน Calibrate

1. ปกติต้อง calibrate หน้าจอ high-resolution ที่เอาไว้เสียบกับคอม (เช่น หน้าจอ 4K) ก่อนใช้งาน จึงจะแสดงภาพและสีสันที่ถูกต้อง หากไม่ทำการ calibrate หน้าจอประเภทนี้ จะทำให้ภาพแตก เบลอ สีซีด และเพี้ยน

  • หากหน้าจอคุณภาพหรือความชัดต่ำ (เช่น 720p) โดยเฉพาะที่ใช้เล่นเกมหรือเพื่อความบันเทิง ถ้าทำการ calibrate จะทำให้แสดงผลของสีที่ดียิ่งขึ้น
  • ส่วนหน้าจอที่ติดมากับคอม เช่น จอแล็ปท็อป สามารถทำการ calibrate ได้ โดยทำตามขั้นตอนเดียวกันกับหน้าจอปกติ

2. จากนั้นทำความสะอาดหน้าจอ ด้วยการเช็ดทำความสะอาด

3. จัดวางหน้าจอในที่ที่แสงสว่างเพียงพอ ควรปรับหน้าจอคอมในห้องที่มีสว่าง และไม่ควรมีแสงสะท้อนหรือแสงสาดใส่หน้าจอโดยตรง

4. เสียบหน้าจอโดยใช้สายที่มีคุณภาพ โดยใช้สาย DisplayPort หรือจะใช้สาย HDMI แทนได้ แต่ไม่ควรใช้สาย DVI , VGA และสายชนิดอื่นๆ ที่มีคุณภาพต่ำ

วิธีการ Calibrate สำหรับ Windows

  1. เปิด Start คลิกโลโก้ Windows ที่มุมซ้ายล่างของหน้าจอ
  2. เปิด calibration tool. พิมพ์ calibrate display แล้วคลิก Calibrate display color ทางด้านบนของเมนู Start
  3. ต้องเปิด calibration tool ให้ถูกหน้าจอ. ถ้าใช้หน้าจอคู่ ก็ต้องย้ายหน้าต่าง calibration มาไว้ที่หน้าจอที่ 2
  4. คลิก Next. ที่มุมขวาล่างของหน้า
  1. ปรับหน้าจอกลับไปใช้ default color settings ตามค่าโรงงาน ถ้าไม่ได้ใช้ค่านี้อยู่ ให้กดปุ่ม “Menu” ของหน้าจอ แล้วเลือก factory default color settings จากในเมนู
    (หากไม่เคยปรับเปลี่ยน color settings ของหน้าจอ และใช้แล็ปท็อป ไม่จำเป็นต้องทำขั้นตอนนี้)
  2. คลิก Next. ที่มุมขวาล่างของหน้า
  1. เช็คตัวอย่าง “Good gamma” แล้วคลิก Next ตัวอย่าง “Good gamma” จะอยู่กลางหน้า ปกติต้องตั้งค่า gamma ให้ตรงตามตัวอย่างนี้
  2. ปรับ gamma ของหน้าจอ คลิกแล้วลากแถบเลื่อนทางซ้ายของหน้าขึ้นหรือลง เพื่อเพิ่มหรือลดค่า gamma ต้องดูให้ดีว่าสี่เหลี่ยมที่อยู่ตรงกลางหน้านั้นหน้าตาเหมือนตัวอย่าง “Good gamma” ในขั้นตอนที่แล้ว
  3. คลิก Next 2 รอบ ปกติจะอยู่มุมขวาล่างของหน้า
  1. เช็คตัวอย่าง “Good brightness” แล้วคลิก Next ถ้าใช้แล็ปท็อป ให้คลิกตัวเลือก Skip กลางหน้า จากนั้นไม่ต้องทำอีก 2 ขั้นตอนถัดไป
  2. ปรับ brightness หรือความสว่างของหน้าจอ โดยเปิดเมนูของหน้าจอ กดปุ่ม “Menu” แล้วเลือกหัวข้อ “Brightness” จากนั้นเพิ่มหรือลดความสว่างตามต้องการ (ต้องตั้งค่า brightness ให้หน้าจอตรงตามเกณฑ์ใต้รูปกลางหน้า)
  3. คลิก Next ที่มุมขวาล่างของหน้า เพื่อไปยังตัวอย่าง “Contrast”
  1. เช็คตัวอย่าง “Good contrast” แล้วคลิก Next (ถ้าใช้แล็ปท็อป ก็ไม่ต้องทำอีก 2 ขั้นตอนถัดไป)
  2. ปรับ contrast ของหน้าจอ ในเมนูของหน้าจอ ให้เพิ่มหรือลดค่า contrast จนรูปกลางหน้าตรงตามเกณฑ์ใต้รูป
  3. คลิก Next 2 รอบ ปกติจะอยู่มุมขวาล่างของหน้า
  1. ปรับ color balance คลิกแล้วลากแต่ละแถบเลื่อนท้ายหน้าไปทางซ้ายหรือขวา จนเห็นแท่งต่าง ๆ ทางด้านบนของหน้าเป็นสีเทาธรรมดา (ไม่เหลือบเขียว แดง หรือน้ำเงิน)
  2. คลิก Next แล้วสังเกตความเปลี่ยนแปลง ให้คลิก Previous calibration ถ้าอยากดูสภาพหน้าจอก่อน calibrate จากนั้นคลิก Current calibration เพื่อเปรียบเทียบหน้าจอหลัง calibrate
  3. คลิก Finish ทางด้านล่างของหน้า เพื่อเซฟ calibration settings

Similar Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น